แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556

หมูคั่วกะปิ เแกล้มผักสด

เมนูที่อยากแนะนำวันนี้คือ หมูคั่วกะปิ ซึ่งเป็นอาหารใต้ที่หากินกันได้ทั่วไปครับ แต่จะอร่อยหรือไม่นั้นก็แล้วความชอบของแต่ละคนครับ หมูคั่วกะปิเป็นเมนูที่สามารถทำเองได้ไม่ยากครับ วันนี้จึงอยากจะแนะนำวิธีการทำ หมูคั่วกะปิ ไว้กินกันครับ ขอเริ่มจากเครื่องปรุงของหมูคั่วกะปิก่อนครับ

  1. หมูจะสามชั้นสำหรับคนชอบติดมัน หรือจะหมูเนื้อแดง สันคอหมูอันนี้แล้วแต่ชอบ
  2. กะปิอย่างดีหากสามารถหาได้ครับ เพราะจะเพิ่มความหอมให้กับหมูคั่วกะปิ
  3. กระชาย
  4. พริกไทยสด
  5. พริกขี้หนูสวน เพื่อเพิ่มความหอม
  6. กระเทียม
  7. พริกชี้ฟ้าแดง


วิธีการ

  1. หั่นหมูขนาดพอดีคำเพื่อให้หมูสุกเร็ว
  2. ทำเครื่องแกงโดย นำกระชาย พริกไทยสด กระเทียม และ พริกขี้หนูสวนโคลกเข้าด้วยกัน
  3. ตั้งกระทะเทน้ำมันพื้ช และนำเครื่องแกงลงไปผัดจนได้กลิ่นหอม
  4. นำกะปิอย่างดีลงไปผัดร่วมด้วยจนได้กิล่นหอม
  5. นำหมูที่หั่นไว้แล้วลงไปผัด ทิ้งไว้จนหมูสุก
  6. นำพริกชี้ฟ้าแดงที่ซอยไว้แล้วลงไปผัด ก็เป็นอันเสร็จ


จุดเด่นของหมูคั่วกะปิคือ ความเผ็ดของพริกผสานกับความหอมของกระชายและกะปิ บวกความเค็มและหวานจากกะปิที่เราใช้ครับ รสชาติแบบนี้ ต้องแกล้มด้วยผักสด เช่น ถั่วฝักยาว ผักชี แตงกวา ที่แช่เย็นไว้แล้วร่วมกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ เท่านี้ก็อร่อยแล้วกับ หมูคั่วกะปิ






วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เที่ยวบางแสน แวะกินอาหารทะเลกันที่ร้านวังมุข

สถานที่ท่องเที่ยววันหยุด แบบเช้าไปเย็นกลับ ที่อยากจะแนะนำให้ท่านผู้อ่านวันนี้ คือ เที่ยวทะเลชายหาดบางแสน เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงเคยไปมาบ้างแล้วเนื่องจากอยู่ใกล้ กรุงเทพฯมาก ท่านสามารถเดินทางด้วยทางด่วนบูรพาวิถี (บางนา ตราด) ทางหลวงหมายเลข 34 หรือจะเป็นมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงหมายเลข 9) และใช้บริการบายพาส ทางหลวงหมายเลข 361 เพื่อเลี่ยงเมืองชลบุรีไปยัง ทะเลบางแสนได้ครับ ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งที่อยากแนะนำ คือ ถนนเรียบชายทะเลที่ก่อสร้างใหม่ ซึ่งท่านผู้อ่านจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวอีก สองแห่งก่อนถึงชายหาดบางแสนนั่นคือ อ่างศิลา และเขาสามมุก สิ่งหนึ่งที่เรามักคุ้นเคยหรือพบที่ชายหาดบางแสนคือ การเช่าเก้าอี้นอนริมชายหาด และสั่งอาหารทะเลจากแม่ค้าแถวๆนั้นมากินกัน รวมถึง การรับลมทะเลริมชายหาดบางแสน เป็นการพักผ่อนที่ดีมากๆหลังจากนั้นอยากแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักร้านอาหารทะเลบรรยากาศดีแห่งหนึ่งที่เขาสามมุก ซึ่งอยู่ระหว่างหาดบางแสนและอ่างศิลา จะว่าไปแล้วเขาสามมุกมีร้านอาหารอยู่มาก(คราวต่อไปจะแนะนำ) แต่ร้าอาหารนที่จะแนะนำเป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อมากนั่นคือ ร้านอาหารวังมุข ตั้งอยู่ที่เขาสามมุก เป็นร้านอาหารติดทะเล ท่านสามารถจอดรถริมถนนรอบๆเขาสามมุกและเดินไปที่ร้านได้ครับ ตัวร้านแบ่งเป็นสองส่วนให้ลูกค้าเลือก คือ ห้องแอร์ และระเบียงริมทะเล อาหารที่อยากจะแนะนำให้ท่านผู้อ่านลองสั่งมาชิมคือ น้ำพริกไข่ปู ซึ่งมีความมันของไข่ปูและรสชาติที่จัดจ้าน ปลากระพงเผาเกลือ รสชาติหวานเนื่องจากความสดของปลากระพงรวมกับรสจัดจ้านของน้ำจิ้ม เข้ากันมาก ครับ ข้อแนะที่อยากจะบอกท่านผู้อ่านคือ อาหารที่สั่งอาจจะได้ช้าหน่อยเพราะลูกค้าเยอะมาก  แต่ก็คุ้มกับการรอคอยนะครับ มาเที่ยวทะเลบางแสนแล้วอย่าลืมแวะนะครับ และท้ายที่สุดตอนกลับแวะซื้ออาหารทะเลตากแห้ง ได้ที่อ่างศิลา ก่อนกลับกรุงเทพครับผม เที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกที่ครับ




ปลากระพงเผาเกลือ



น้ำพริกไข่ปู กลมกล่อม


ข้าวผัดปู ไม่เละ เนื้อปูเยอะพอสมควร


ต้มยำไข่ปลา เผ็ดร้อน



ทอดมันกุ้ง แป้งน้อย เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดีครับ








วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อาหารเวียดนามที่ครัวเมืองเว้


อาหารเวียดนามได้ชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากในแต่ละรายการของอาหารเวียดนามจะมีผักสดเป็นเครื่องเคียง แนะนำแหล่งเที่ยวกินวันนี้ขอนำเสนอ ร้านอาหารเวียดนาม ชื่อ ครัวเมืองเว้ ซึ่งตั้งอยู่บนถนน อ่อนนุช ลาดกระบัง การเดินทางขอเริ่มหลังจากที่ท่านมาไหว้พระและให้อาหารปลาที่วัดลานบุญเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคงใกล้มื้อเที่ยงแล้ว ให้ท่านขับรถออกจากซอยวัดลานบุญและให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอ่อนนุชลาดกระบัง เมื่อข้ามสะพานข้ามคลองไปแล้ว (ไม่เกิน 300 เมตร) ท่านจะพบร้านครัวเมืองเว้ ซึ่งจำหน่ายทั้งอาหารเวียดนามและอาหารไทย ที่มาของชื่อร้านมาจากชื่อเมืองเมืองหนึ่งในประเทศเวียดนาม โดยคุณพ่อของเจ้าของร้านเป็นคนเมืองเว้ และได้เดินทางมาอยู่ในประเทศไทยและได้เปิดขายอาหารเวียดนาม ในปัจจุบันครัวเมืองเว้ได้บริหารงานโดยคนรุ่นลูกแล้ว ทำให้ยังคงรักษารสชาติของอาหารเวียดนามดังเดิมไว้ได้ เมื่อท่านเข้ามาในร้านและสั่งอาหารเรียบร้อย พนักงานจะนำถาดผักสดมาเสิร์ฟก่อน โดยจะประกอบไปด้วยผักสดหลายชนิด เช่น ผักสลัด ผักชีฝรั่ง โหระพา ผักแพ้ว เป็นต้น นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถขอผักสดได้เพิ่มเติมครับ อาหารเวียดนามที่อยากจะแนะนำของร้านนี้คือ แหนมเนือง เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง (พริกขี้หนูเม็ดเล็กๆ มะเขื่อหั่น กระเทียมหั่น และ มะม่วงหั่น) โดยเมนูนี้มีจุดเด่นที่น้ำจิ้ม ซึ่งรสชาติเข้มข้นถึงรสชาติจริงๆ เมนูต่อมาคือ ปอเปี๊ยะญวนราดหน้าด้วยกระเทียมเจียวและหมูยอหั่นชิ้นเล็ก เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแครอตรสหวาน เหมาะสำหรับเด็กๆครับ  นอกจากนี้ยังมีอาหารเวียดนามอื่นๆให้เลือกเช่น ข้าวผัดเวียดนาม เผ่อ เป็นต้น ส่วนอาหารไทยของที่นี้จะขอแนะนำ ส้มตำครับ จะส้มตำไทย ส้มตำปู ตำซั่ว ก็มีรสชาติที่กลมกล่อมเข้ากันได้ดี โดยเน้นการทำที่สะอาดและกลิ่นไม่แรงมากนัก นอกจากนี้ยังมีปีกไก่ยกครก ซึ่งก็คือปีกไก่ทอดเสิร์ฟมาในครกนั่นเอง รสชาติกลมกล่อมเค็มนำเล็กน้อย หลังอิ่มจากของคาวแล้วที่นี่ยังมีเฉาก๊วยซากังราวไว้เป็นของหลวานสำหรับล้างปากด้วยครับ ก็ขอฝาก ร้านอาหารเวียดนามย่านลาดกระบังไว้ด้วยครับ สำหรับผู้มาไหว้พระและให้อาหารปลาที่วัดลาดกระบัง หรือวัดกระทุ่มเสือปลา ในวันหยุดพักผ่อนสบายๆ

 
ปอเปี๊ยะญวน
 
 
แหนมเนือง
 
 
ตำซั่ว
 
 
ปีกไก่ยกครก
 
 
 
 

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เที่ยววัดถ้ำเสือแวะกินอาหารไทยที่แพริมเขื่อน (Thai food)

บทความนี้ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจาก กรุงเทพ ฯมากนัก นักท่องเทียวสามารถใช้เวลาในวันหยุดสั้นๆไปได้ครับ คราวนี้เราจะนำท่านไปเที่ยวยังภาคตะวันตกของประเทศนั้นคือจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายทั้งแบบธรรมชาติหรือวัดวาอารามต่างๆ โดยในบทความนี้จะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของกาญจนบุรีที่หนึ่ง นั่นคือ วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีครับ การเดินทางห่างจาก กรุงเทพฯ ไม่เกิน 200 กม ครับ ผมขอเริ่มจาก ถนนกาญจนาภิเษก(ทางหลวงหมายเลข 9) ท่านสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4 เพชรเกษม แถวๆบางแค มุ่งสู่จังหวัดนครปฐม หรือ จะใช้ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) มุ่งสู่นครชัยศรี และไปบรรจบ ทางหลวงหมายเลข 4 ที่นครปฐมได้เช่นกัน ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ต่อไปจนพบทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งสู่ อำเภอบ้านโป่ง จ ราชบุรี และ จ กาญจนบุรี เราจะใช้ทางหมายเลข 323 สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ โดยสังเกตป้าย จ กาญจนบุรีเป็นหลักครับ โดยจะผ่าน อำเภอ บ้านโป่ง อำเภอ ท่ามะกา สุดท้ายจะถึงแยก อำเภอท่าม่วง ให้ท่านเลี้ยวซ้ายเข้าตัว อำเภอท่าม่วง ระยะทางประมาณ 500 เมตร สังเกตทางรถไฟ และป้ายทางเข้าเขื่อนแม่กลอง ให้ขอสัญญาณเลี้ยวขวา ซึ่งเป็นถนนริมเขื่อนครับ มุ่งหน้าเข้าไป ขอให้สังเกตป้ายบอกร้านแพริมเขื่อนไว้ วิ่งตามเส้นทางดังกล่าว จนพบกับทางแยกเข้าวัดถ้ำเสือ (แพริมเขื่อนตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร) ให้ท่านเลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร จะพบกับวัดถ้ำเสือ ดังแสดงในภาพครับ วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ วันที่ผู้เขียนไปมีคณะทัวร์มาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ประมาณ 3 คณะครับ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปบนวัดถ้ำเสือโดยเดินขึ้นบันได หรือจะใช้บริการกระเช้าลากก็ได้ครับ แต่ขอบอกก่อนว่าบันไดชันมากๆ ดูตามภาพได้เลยครับ

 
ทางเข้าวัดถ้ำเสือ
 
 
บันไดทางขึ้นวัดถ้ำเสือ
 
 
หลวงพ่อชินประทานพร
 
 
มองจากบนวัดเห็นทุ่งนาเขียวขจี
 
 
ยอดวิหารสูงเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเดินขึ้นไปประมาณ 170 ขั้น
ส่วนด้านล่างเป็นกระเช้าบริการนักท่องเที่ยว
 
หลังจากเดินลงมาจากวัดถ้ำเสือแล้ว ผมขอแนะนำร้านอาหารไทย (Thai Food) ที่อยู่ใกล้ๆกับวัดถ้ำเสือ จากที่เล่าไว้ข้างบน ชื่อร้านแพริมเขื่อน ซึ่งตั้งอยู่ริมเขื่อนแม่กลอง โดยก่อนถึงร้านอาหารท่านจะพบกับบ้านพักที่มีบริการให้นักท่องเที่ยวได้เช่าพักผ่อนตั้งอยู่เรียงรายตามริมเขื่อน ท่านที่สนใจจะหาที่พักค้างคืนสามารถติดต่อได้ครับ ร้านอาหารแพริมเขื่อน มีเมนูอาหารไทย (Thai food) ที่น่าสนใจหลายเมนู แต่ที่จะผมจะนำเสนอเป็นอาหารไทยขึ้นชื่อของร้าน นั่นคือ ฉู่ฉี่ปลาคัง ซึ่งรสชาติจะแตกต่างจากครัวปลาท่าน้ำอ้อยตรงที่รสเผ็ดจัด ไม่เน้นกระทิ และผัดแบบแห้งๆ 
 

 
ฉู่ฉี่ปลาคัง
 
เมนูต่อมาขอแนะนำ ทอดมันปลากราย เหนียวนุ่ม รสชาติกลมกล่อม
 
 
ทอดมันปลากราย
 
สุดท้ายขอแนะนำยำคะน้ากรอบครับ รสชาติจัดจ้านมาก
 
 
ยำคะน้ากรอบ
 
ที่สำคัญราคาอาหารของร้านอาหารแพริมเขื่อนไม่แพงครับ ลองมาชิมดูได้ครับ ขากลับ ตามทางหลวงหมายเลข 323 ท่านจะพบกับร้านศรีฟ้ากาญจน์ ซึ่งเป็นร้านของฝากขึ้นชื่อของ กาญจนบุรี มี 2 ร้านตั้งอยู่ 2 ข้างทางทั้งขาไปและขากลับครับ ลองแวะเลือกของฝากดูครับ เป็นอันจบทริปท่องสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี
 

 
 
 
 
 
 


วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

พากินอาหารไทยในวันหยุด เมนูปลาแม่น้ำ ครัวท่าน้ำอ้อย (Thai food restaurant)

ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ หากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือ โดยปกติเราจะใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (สายเอเชีย AH2) ซึ่งเริ่มต้นจากแยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ที่  ประตูน้ำพระอินทร์ จ พระนครศรีอยุธยา (บริเวณรอยต่อถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก) โดยทางหลวงหมายเลข 32 จะผ่าน จ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท และจะรวมกับทางหลวงหมายเลขหนึ่งอีกครั้งที่ อ มโนรมย์ จ ชัยนาท (กม ที่ 303) ก่อนจะเข้าสู่ จ นครสวรรค์ และภาคเหนือต่อไป ทางหลางหมายเลข 32 มีความยาวประมาณ 150 km หากท่านนักท่องเที่ยวเดินทางจาก กทม มุ่งหน้าภาคเหนือ ประมาณ กม ที่ 146 ด้านซ้ายมือท่านจะพบกับร้านอาหารที่จำหน่ายอาหารที่เน้นเมนูปลาแม่น้ำเป็นหลัก ชื่อ ครัวท่าน้ำอ้อย โดยร้านอาหารดังเดิมอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เพื่อให้บริการกับนักท่องเที่ยวได้สะดวกจึงได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มบริเวณริมทางหลวง ในขณะเดียวกันหากท่านกลับจากท่องเที่ยวภาคเหนือ ขากลับกรุงเทพ ท่านจะพบกับ ครัวท่าน้ำอ้อยสาขา 3 บริเวณ กม ที่ 139 จุดเด่นของร้านอาหารครัวท่าน้ำอ้อย คือปลาแม่น้ำที่นำมาปรุงมีความสดใหม่ ทำให้อาหารมีรสชาติหวาน ไม่มีกลิ่นคาว และกลิ่นโคน อร่อยครับ เมนูปลาแม่น้ำที่แนะนำคือ ปลากดผัดฉ่า ฉู่ฉี่ปลากด ปลาคังลวกจิ้ม แกงป่าปลากด เป็นต้น ซึ่งใช้ปลาขนาดใหญ่มันย่อง ที่สำคัญข้าวสวยของร้าน เป็นข้าวสวยคุณภาพดี นุ่ม หอม อร่อย ราคาอาหารประมาณจานละ 100 บาท ครับ หากท่านผู้อ่านนิยมรับประทานเมนูปลาแม่น้ำ ไม่ควรพลาดครับ กับ ร้านอาหารครัวท่าน้ำอ้อย และสะดวกทั้งขาขึ้นและขาล่อง เป็นการพักผ่อนในวันหยุดที่ดีทีเดียวครับ
 
 
 
ฉู่ฉี่ปลากด
 
 
 
ปลาคังลวกจิ้ม เนื้อแน่นไม่เละ ไม่คาว น้ำจิ้มรสเด็ด
 
 
ไก่อบเกลือ แม้ไม่ใช่เมนุปลาแม่น้ำแต่ก็อร่อยไม่แพ้กันครับ
 
 
แนะนำร้านอาหารไทยทั่วไทย

 
ร้านอาหารแพริมเขื่อน อ ท่าม่วง จ กาญจนบุรี