ไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพปี 2558 ผมอยากจะแนะนำเส้นทางการเดินทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพอย่างครบถ้วน จากการไหว้พระ 9 วัดของผมในทริปปี 2556 พบว่าการเดินทางจะเป็นปัญหาในด้านสภาพอากาศและจำนวนผู้คนที่เข้าไปไหว้พระจำนวนมากในบางวัดซึ่งทำให้เราอาจจะไหว้พระได้ไม่ค่อยสะดวกนัก ทริปนี้เลยวางแผนใหม่ โดยเป้าหมายยังเป็นการไหว้พระ 9 วัน ในกรุงเทพเดิมอยู่ครับ เริ่มต้น โดยเราจะเริ่มจากขับรถไปจอดที่วัดระฆังโฆษิตารามซึ่งอยู่ฝั่งธนบุรีถัดจาก รพ ศิริราช มาประมาณ 1.0 กม แผนเดินทางมีดังนี้ครับ
08.00 น ถึงวัดระฆัง ไหว้พระประธานในอุโบสถและสวดคาถาชินบัญชร ที่วัดนี้ก่อนเลยครับ ใช้เวลา 30 นาที ตอนเช้าที่นี่คนยังไม่มาก ท่านสามารถสวดคาถาชินบัญชรได้อย่างช้าๆและถูกต้องครับ เป็นการเริ่มต้นที่ดีของการไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ จากนั้น
08.30 น นั่งเรือข้ามฟากไปขึ้นที่ท่าช้าง แวะกินข้าวกันก่อนตรงท่าช้างมีอาหารให้เลือกหลากหลาย
08.50 น ไปไหว้พระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระแก้วจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ผมจึงวางแผนไปวัดพระแก้วเป็นวัดที่ 2 ซึ่งจะทำให้เรามีโอกาสเข้าไปไหว้พระแก้วมรกตในอุโบสถได้อย่างสบายๆเพราะตอนเช้าๆคนยังไม่เยอะมาก
09.20 น แนะนำให้ท่านเดินข้ามถนนไปที่ศาลหลักเมืองสักการะศาลหลักเมืองให้เรียบร้อยไม่เกิน 30 นาที จากนั้นอยากแนะนำให้ท่านใช้บริการแท๊กซี่จากศาลหลักเมืองไปยังวัดชนะสงครามแถวๆ ถนนข้าวสาร เป็นวัดที่ 3 ขอแนะนำอย่าใช้บริการสามล้อเครื่องใน พศ นี้เพราะราคาเพิ่มขึ้นจากปี 56 ถึง 30 บาท (อยู่ในโซน 2 ที่ผมจัดกลุ่มไว้)
10.00 น ถึงวัดชนะสงครามเข้าไปไหว้พระในอุโบสถ วัดนี้คนไม่เยอะเลยท่านสามารถไหว้พระสวดอิติปิโสได้อย่างช้าๆสบายๆมีสติ
10.30 น จะเดินหรือแท๊กซี่ก็ได้ ไปไหว้พระวัดที่ 4 ที่วัดบวรณิเวศวิหาร (โซน 2) ซึ่งไม่ไกลจากวัดชนะสงคราม มากนัก เข้าไปในอุโบสถ ไหว้พระได้อย่างเย็นใจคนไม่เยอะเลย เสร้จจากวัดในโซน 2 แล้วเราจะข้ามไปยังโซน 3 ซึ่งอยู่แถวๆ คลองมหานาค วัดสระเกศวรวิหาร ใช้บริการแท๊กซี่อย่างเดียวนะครับ สามล้อเครื่องไม่ต้อง
10.50 น ถึงวัดสระเกศ วัดที่ 5 เข้าไปถึงต้องค่อยๆเดินขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุบนภูเขาทอง ใช้เวลามากหน่อยเพราะภูเขาทองสูงมาก ระหว่่างทางขึ้นแวะดื่มกาแฟก่อนก็ดีไม่น้อยครับ
11.40 น นั่งแท๊กซี่มาไหว้พระที่วัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร เป็นวัดที่ 6 อุโบสถของวัดสุทัศน สวยงามมากอยากให้ท่านได้เข้ามานั่งชมและกราบไหว้ คนไม่เยอะด้วย
12.15 น นั่งแท๊กซี่มาไหว้พระที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดที่ 7 ประมาณเที่ยงกว่าๆ วัดพระเชตุพนคนน้อยลงไปเยอะครับ ท่านสามารถเข้าไปไหว้พระได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปที่อยู่ในวิหารต่างๆของวัดนี้ซึ่งผมจะขอยกมาเล่าให้ฟังเป็นการเฉพาะ
12.45 น เดินมาที่ท่าเตียน ด้านข้างๆวัด แวะกินข้าวกันก่อนที่ท่าเตียนเสร็จนั่งเรือข้ามฟากไปยังวัดอรุณ
13.10 น เข้าไปไหว้พระในอุโบสถวัดอรุณตอนบ่ายๆ ก็แปลกตาดี ยังมีวิหารน้อยที่ท่านอาจจะไปไหว้สักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินได้ครับ
13.40 น ใช้บริการนั่งเรือไหว้พระทางน้ำ วัดอรุณ วัดกัลยาฯ วัดระฆัง 30 บาทต่อคน ไปไหว้พระวัดที่ 9 วัดกัลยาณมิตร
13.55 น ถึงท่าเรือวัดกัลยาณมิตร เข้าไปไหว้หลวงพ่อโตซำเปากง ในอุโบสถวัด กัลยาณมิตร ตอนบ่ายๆ คนน้อยมาก
14.25 น นั่งเรือกลับท่าน้ำวัดระฆัง เป็นอันสิ้นสุดทริปไหว้พระ 9 วัดกรุงเทพ ข้อสังเกต เราเดินทางภาคบ่ายทางน้ำซึ่งจะให้ความรู้สึกเย็นสบายกว่าการเดินทางในทริปไหว้พระ 9 วัดกรุงเทพ ปี 2556 หวังว่าเส้นทางที่ผมแนะนำจะช่วยให้ท่านผู้อ่านใช้ในการวางแผนเดินทางไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพนะครับ
เล่าเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศไทย การทำบุญทั่วไทย ร้านอาหาร การเดินทางตามทางหลวงต่างๆเพื่อสู่จุดหมาย
วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556
หมูคั่วกะปิ เแกล้มผักสด
เมนูที่อยากแนะนำวันนี้คือ หมูคั่วกะปิ ซึ่งเป็นอาหารใต้ที่หากินกันได้ทั่วไปครับ แต่จะอร่อยหรือไม่นั้นก็แล้วความชอบของแต่ละคนครับ หมูคั่วกะปิเป็นเมนูที่สามารถทำเองได้ไม่ยากครับ วันนี้จึงอยากจะแนะนำวิธีการทำ หมูคั่วกะปิ ไว้กินกันครับ ขอเริ่มจากเครื่องปรุงของหมูคั่วกะปิก่อนครับ
วิธีการ
จุดเด่นของหมูคั่วกะปิคือ ความเผ็ดของพริกผสานกับความหอมของกระชายและกะปิ บวกความเค็มและหวานจากกะปิที่เราใช้ครับ รสชาติแบบนี้ ต้องแกล้มด้วยผักสด เช่น ถั่วฝักยาว ผักชี แตงกวา ที่แช่เย็นไว้แล้วร่วมกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ เท่านี้ก็อร่อยแล้วกับ หมูคั่วกะปิ
- หมูจะสามชั้นสำหรับคนชอบติดมัน หรือจะหมูเนื้อแดง สันคอหมูอันนี้แล้วแต่ชอบ
- กะปิอย่างดีหากสามารถหาได้ครับ เพราะจะเพิ่มความหอมให้กับหมูคั่วกะปิ
- กระชาย
- พริกไทยสด
- พริกขี้หนูสวน เพื่อเพิ่มความหอม
- กระเทียม
- พริกชี้ฟ้าแดง
วิธีการ
- หั่นหมูขนาดพอดีคำเพื่อให้หมูสุกเร็ว
- ทำเครื่องแกงโดย นำกระชาย พริกไทยสด กระเทียม และ พริกขี้หนูสวนโคลกเข้าด้วยกัน
- ตั้งกระทะเทน้ำมันพื้ช และนำเครื่องแกงลงไปผัดจนได้กลิ่นหอม
- นำกะปิอย่างดีลงไปผัดร่วมด้วยจนได้กิล่นหอม
- นำหมูที่หั่นไว้แล้วลงไปผัด ทิ้งไว้จนหมูสุก
- นำพริกชี้ฟ้าแดงที่ซอยไว้แล้วลงไปผัด ก็เป็นอันเสร็จ
จุดเด่นของหมูคั่วกะปิคือ ความเผ็ดของพริกผสานกับความหอมของกระชายและกะปิ บวกความเค็มและหวานจากกะปิที่เราใช้ครับ รสชาติแบบนี้ ต้องแกล้มด้วยผักสด เช่น ถั่วฝักยาว ผักชี แตงกวา ที่แช่เย็นไว้แล้วร่วมกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ เท่านี้ก็อร่อยแล้วกับ หมูคั่วกะปิ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)