วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพปี 2558

ไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพปี 2558 ผมอยากจะแนะนำเส้นทางการเดินทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพอย่างครบถ้วน จากการไหว้พระ 9 วัดของผมในทริปปี 2556 พบว่าการเดินทางจะเป็นปัญหาในด้านสภาพอากาศและจำนวนผู้คนที่เข้าไปไหว้พระจำนวนมากในบางวัดซึ่งทำให้เราอาจจะไหว้พระได้ไม่ค่อยสะดวกนัก ทริปนี้เลยวางแผนใหม่ โดยเป้าหมายยังเป็นการไหว้พระ 9 วัน ในกรุงเทพเดิมอยู่ครับ เริ่มต้น โดยเราจะเริ่มจากขับรถไปจอดที่วัดระฆังโฆษิตารามซึ่งอยู่ฝั่งธนบุรีถัดจาก รพ ศิริราช มาประมาณ 1.0 กม แผนเดินทางมีดังนี้ครับ

08.00 น ถึงวัดระฆัง ไหว้พระประธานในอุโบสถและสวดคาถาชินบัญชร ที่วัดนี้ก่อนเลยครับ ใช้เวลา 30 นาที ตอนเช้าที่นี่คนยังไม่มาก ท่านสามารถสวดคาถาชินบัญชรได้อย่างช้าๆและถูกต้องครับ เป็นการเริ่มต้นที่ดีของการไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ จากนั้น

08.30 น นั่งเรือข้ามฟากไปขึ้นที่ท่าช้าง แวะกินข้าวกันก่อนตรงท่าช้างมีอาหารให้เลือกหลากหลาย

08.50 น ไปไหว้พระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระแก้วจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ผมจึงวางแผนไปวัดพระแก้วเป็นวัดที่ 2 ซึ่งจะทำให้เรามีโอกาสเข้าไปไหว้พระแก้วมรกตในอุโบสถได้อย่างสบายๆเพราะตอนเช้าๆคนยังไม่เยอะมาก

09.20 น แนะนำให้ท่านเดินข้ามถนนไปที่ศาลหลักเมืองสักการะศาลหลักเมืองให้เรียบร้อยไม่เกิน  30 นาที จากนั้นอยากแนะนำให้ท่านใช้บริการแท๊กซี่จากศาลหลักเมืองไปยังวัดชนะสงครามแถวๆ ถนนข้าวสาร เป็นวัดที่ 3 ขอแนะนำอย่าใช้บริการสามล้อเครื่องใน พศ นี้เพราะราคาเพิ่มขึ้นจากปี 56 ถึง 30 บาท  (อยู่ในโซน 2 ที่ผมจัดกลุ่มไว้)

10.00 น ถึงวัดชนะสงครามเข้าไปไหว้พระในอุโบสถ วัดนี้คนไม่เยอะเลยท่านสามารถไหว้พระสวดอิติปิโสได้อย่างช้าๆสบายๆมีสติ

10.30 น จะเดินหรือแท๊กซี่ก็ได้ ไปไหว้พระวัดที่ 4 ที่วัดบวรณิเวศวิหาร (โซน 2) ซึ่งไม่ไกลจากวัดชนะสงคราม มากนัก เข้าไปในอุโบสถ ไหว้พระได้อย่างเย็นใจคนไม่เยอะเลย เสร้จจากวัดในโซน 2 แล้วเราจะข้ามไปยังโซน 3 ซึ่งอยู่แถวๆ คลองมหานาค วัดสระเกศวรวิหาร ใช้บริการแท๊กซี่อย่างเดียวนะครับ สามล้อเครื่องไม่ต้อง

10.50 น ถึงวัดสระเกศ วัดที่ 5 เข้าไปถึงต้องค่อยๆเดินขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุบนภูเขาทอง ใช้เวลามากหน่อยเพราะภูเขาทองสูงมาก ระหว่่างทางขึ้นแวะดื่มกาแฟก่อนก็ดีไม่น้อยครับ

11.40 น นั่งแท๊กซี่มาไหว้พระที่วัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร เป็นวัดที่ 6  อุโบสถของวัดสุทัศน สวยงามมากอยากให้ท่านได้เข้ามานั่งชมและกราบไหว้ คนไม่เยอะด้วย

12.15 น นั่งแท๊กซี่มาไหว้พระที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดที่ 7 ประมาณเที่ยงกว่าๆ วัดพระเชตุพนคนน้อยลงไปเยอะครับ ท่านสามารถเข้าไปไหว้พระได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปที่อยู่ในวิหารต่างๆของวัดนี้ซึ่งผมจะขอยกมาเล่าให้ฟังเป็นการเฉพาะ

12.45 น เดินมาที่ท่าเตียน ด้านข้างๆวัด แวะกินข้าวกันก่อนที่ท่าเตียนเสร็จนั่งเรือข้ามฟากไปยังวัดอรุณ

13.10 น เข้าไปไหว้พระในอุโบสถวัดอรุณตอนบ่ายๆ ก็แปลกตาดี ยังมีวิหารน้อยที่ท่านอาจจะไปไหว้สักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินได้ครับ

13.40 น ใช้บริการนั่งเรือไหว้พระทางน้ำ วัดอรุณ วัดกัลยาฯ วัดระฆัง 30 บาทต่อคน ไปไหว้พระวัดที่ 9 วัดกัลยาณมิตร

13.55 น ถึงท่าเรือวัดกัลยาณมิตร เข้าไปไหว้หลวงพ่อโตซำเปากง ในอุโบสถวัด กัลยาณมิตร ตอนบ่ายๆ คนน้อยมาก

14.25 น นั่งเรือกลับท่าน้ำวัดระฆัง เป็นอันสิ้นสุดทริปไหว้พระ 9 วัดกรุงเทพ ข้อสังเกต เราเดินทางภาคบ่ายทางน้ำซึ่งจะให้ความรู้สึกเย็นสบายกว่าการเดินทางในทริปไหว้พระ 9 วัดกรุงเทพ ปี 2556 หวังว่าเส้นทางที่ผมแนะนำจะช่วยให้ท่านผู้อ่านใช้ในการวางแผนเดินทางไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพนะครับ

วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556

หมูคั่วกะปิ เแกล้มผักสด

เมนูที่อยากแนะนำวันนี้คือ หมูคั่วกะปิ ซึ่งเป็นอาหารใต้ที่หากินกันได้ทั่วไปครับ แต่จะอร่อยหรือไม่นั้นก็แล้วความชอบของแต่ละคนครับ หมูคั่วกะปิเป็นเมนูที่สามารถทำเองได้ไม่ยากครับ วันนี้จึงอยากจะแนะนำวิธีการทำ หมูคั่วกะปิ ไว้กินกันครับ ขอเริ่มจากเครื่องปรุงของหมูคั่วกะปิก่อนครับ

  1. หมูจะสามชั้นสำหรับคนชอบติดมัน หรือจะหมูเนื้อแดง สันคอหมูอันนี้แล้วแต่ชอบ
  2. กะปิอย่างดีหากสามารถหาได้ครับ เพราะจะเพิ่มความหอมให้กับหมูคั่วกะปิ
  3. กระชาย
  4. พริกไทยสด
  5. พริกขี้หนูสวน เพื่อเพิ่มความหอม
  6. กระเทียม
  7. พริกชี้ฟ้าแดง


วิธีการ

  1. หั่นหมูขนาดพอดีคำเพื่อให้หมูสุกเร็ว
  2. ทำเครื่องแกงโดย นำกระชาย พริกไทยสด กระเทียม และ พริกขี้หนูสวนโคลกเข้าด้วยกัน
  3. ตั้งกระทะเทน้ำมันพื้ช และนำเครื่องแกงลงไปผัดจนได้กลิ่นหอม
  4. นำกะปิอย่างดีลงไปผัดร่วมด้วยจนได้กิล่นหอม
  5. นำหมูที่หั่นไว้แล้วลงไปผัด ทิ้งไว้จนหมูสุก
  6. นำพริกชี้ฟ้าแดงที่ซอยไว้แล้วลงไปผัด ก็เป็นอันเสร็จ


จุดเด่นของหมูคั่วกะปิคือ ความเผ็ดของพริกผสานกับความหอมของกระชายและกะปิ บวกความเค็มและหวานจากกะปิที่เราใช้ครับ รสชาติแบบนี้ ต้องแกล้มด้วยผักสด เช่น ถั่วฝักยาว ผักชี แตงกวา ที่แช่เย็นไว้แล้วร่วมกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ เท่านี้ก็อร่อยแล้วกับ หมูคั่วกะปิ