วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เที่ยววัดถ้ำเสือแวะกินอาหารไทยที่แพริมเขื่อน (Thai food)

บทความนี้ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจาก กรุงเทพ ฯมากนัก นักท่องเทียวสามารถใช้เวลาในวันหยุดสั้นๆไปได้ครับ คราวนี้เราจะนำท่านไปเที่ยวยังภาคตะวันตกของประเทศนั้นคือจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายทั้งแบบธรรมชาติหรือวัดวาอารามต่างๆ โดยในบทความนี้จะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของกาญจนบุรีที่หนึ่ง นั่นคือ วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีครับ การเดินทางห่างจาก กรุงเทพฯ ไม่เกิน 200 กม ครับ ผมขอเริ่มจาก ถนนกาญจนาภิเษก(ทางหลวงหมายเลข 9) ท่านสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 4 เพชรเกษม แถวๆบางแค มุ่งสู่จังหวัดนครปฐม หรือ จะใช้ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) มุ่งสู่นครชัยศรี และไปบรรจบ ทางหลวงหมายเลข 4 ที่นครปฐมได้เช่นกัน ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ต่อไปจนพบทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งสู่ อำเภอบ้านโป่ง จ ราชบุรี และ จ กาญจนบุรี เราจะใช้ทางหมายเลข 323 สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ โดยสังเกตป้าย จ กาญจนบุรีเป็นหลักครับ โดยจะผ่าน อำเภอ บ้านโป่ง อำเภอ ท่ามะกา สุดท้ายจะถึงแยก อำเภอท่าม่วง ให้ท่านเลี้ยวซ้ายเข้าตัว อำเภอท่าม่วง ระยะทางประมาณ 500 เมตร สังเกตทางรถไฟ และป้ายทางเข้าเขื่อนแม่กลอง ให้ขอสัญญาณเลี้ยวขวา ซึ่งเป็นถนนริมเขื่อนครับ มุ่งหน้าเข้าไป ขอให้สังเกตป้ายบอกร้านแพริมเขื่อนไว้ วิ่งตามเส้นทางดังกล่าว จนพบกับทางแยกเข้าวัดถ้ำเสือ (แพริมเขื่อนตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร) ให้ท่านเลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร จะพบกับวัดถ้ำเสือ ดังแสดงในภาพครับ วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ วันที่ผู้เขียนไปมีคณะทัวร์มาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ประมาณ 3 คณะครับ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปบนวัดถ้ำเสือโดยเดินขึ้นบันได หรือจะใช้บริการกระเช้าลากก็ได้ครับ แต่ขอบอกก่อนว่าบันไดชันมากๆ ดูตามภาพได้เลยครับ

 
ทางเข้าวัดถ้ำเสือ
 
 
บันไดทางขึ้นวัดถ้ำเสือ
 
 
หลวงพ่อชินประทานพร
 
 
มองจากบนวัดเห็นทุ่งนาเขียวขจี
 
 
ยอดวิหารสูงเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเดินขึ้นไปประมาณ 170 ขั้น
ส่วนด้านล่างเป็นกระเช้าบริการนักท่องเที่ยว
 
หลังจากเดินลงมาจากวัดถ้ำเสือแล้ว ผมขอแนะนำร้านอาหารไทย (Thai Food) ที่อยู่ใกล้ๆกับวัดถ้ำเสือ จากที่เล่าไว้ข้างบน ชื่อร้านแพริมเขื่อน ซึ่งตั้งอยู่ริมเขื่อนแม่กลอง โดยก่อนถึงร้านอาหารท่านจะพบกับบ้านพักที่มีบริการให้นักท่องเที่ยวได้เช่าพักผ่อนตั้งอยู่เรียงรายตามริมเขื่อน ท่านที่สนใจจะหาที่พักค้างคืนสามารถติดต่อได้ครับ ร้านอาหารแพริมเขื่อน มีเมนูอาหารไทย (Thai food) ที่น่าสนใจหลายเมนู แต่ที่จะผมจะนำเสนอเป็นอาหารไทยขึ้นชื่อของร้าน นั่นคือ ฉู่ฉี่ปลาคัง ซึ่งรสชาติจะแตกต่างจากครัวปลาท่าน้ำอ้อยตรงที่รสเผ็ดจัด ไม่เน้นกระทิ และผัดแบบแห้งๆ 
 

 
ฉู่ฉี่ปลาคัง
 
เมนูต่อมาขอแนะนำ ทอดมันปลากราย เหนียวนุ่ม รสชาติกลมกล่อม
 
 
ทอดมันปลากราย
 
สุดท้ายขอแนะนำยำคะน้ากรอบครับ รสชาติจัดจ้านมาก
 
 
ยำคะน้ากรอบ
 
ที่สำคัญราคาอาหารของร้านอาหารแพริมเขื่อนไม่แพงครับ ลองมาชิมดูได้ครับ ขากลับ ตามทางหลวงหมายเลข 323 ท่านจะพบกับร้านศรีฟ้ากาญจน์ ซึ่งเป็นร้านของฝากขึ้นชื่อของ กาญจนบุรี มี 2 ร้านตั้งอยู่ 2 ข้างทางทั้งขาไปและขากลับครับ ลองแวะเลือกของฝากดูครับ เป็นอันจบทริปท่องสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี
 

 
 
 
 
 
 


วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ท่องเที่ยววันหยุด ดอนหอยหลอด (donhoilod)

ช่วงวันหยุดยาวหลังสงกรานต์กับอากาศร้อนที่สูงกว่า ขอแนะนำไปนั่งรับลมริมทะเล หากจะเปลี่ยนจากหาดบางแสนซึ่งมากไปด้วยนักท่องเที่ยว ผมขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอ่าวไทยแถวๆ ถนนพระราม 2 (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35) นั่นคือ ดอนหอยหลอด ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ดอนหอยหลอดตั้งอยู่ในเขต จังหวัดสมุทรสงคราม และก็อยู่ไม่ห่างจากตลาดน้ำอัมพวาและหลวงพ่อบ้านแหลมนัก เรียกได้ว่า สามารถมาพักผ่อนได้ทั้ง 3 รูปแบบ ดอนหอยหลอด เป็นสถานที่ซึ่งมีลักษณะเด่นหาพบได้ยาก เกิดจากการทับถมของตะกอนจากแม่น้ำแม่กลองและทะเลอ่าวไทย และเป็นแหล่งที่พบหอยหลอดจำนวนมาก การเดินทางจะใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินสาย 35ขอเริ่มต้นที่ถนนกาญจนาภิเษก และลงด่านเก็บเงิน ถนนพระราม 2 (หมายเลข 35) วิ่งตามเส้นไปจนเข้าสู่เขตจังหวัดสมุทรสงคราม จะสังเกตเห็นป้ายบอกทาง ดอนหอยหลอด อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเลยสะพานข้ามไปตลาดน้ำอัมพวาและตัวจังหวัดสมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 325)  ให้สังเกตด้านขวาจะพบ รพ แม่กลอง 2 ให้ท่านเบี่ยงซ้ายจะพบ วงเวียนเล็กๆ มีทางหลวงชนบท หมายเลข 2009 ให้ท่านวิ่งตามทางหลวงชนบทเส้นนี้ไป จนสุดทางจะพบกับดอนหอยหลอด สิ่งแรกให้ท่านเข้าไปกราบสักการะเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ก่อนครับ จากนั้นท่านสามารถนำเสื่อไปปูบริเวณทางเท้าซึ่งติดกับทะเลอ่าวไทย เพื่อนั่งรับลมและรับประทานอาหารทะเลก็ไม่ผิดกติกาครับ ในบริเวณนั้นมีแม่ค้าจำหน่ายอาหารทะเลสดๆและอาหารทะเลแห้ง หลากหลาย เช่น สารพัดเมนูหอยหลอด หอยเชลล์ ปู เนื้อ ปูไข่ ปลาต่างๆ ปลาอินทรีสดที่นี่ น่ากินมาก ปลาหมึกไข่ ปลาหมึกย่าง กุ้งเผา ส้มตำก็ยังมีให้ท่านได้สั่งได้หลากหลายครับ รวมถึงขนมไทยและผลไม้สดๆจากชาวส่วนก็มีให้เลือกมากมาย โดยแม่ค้าแต่ละร้านจะตั้งร้านจำหน่ายอยู่ริมทางเดินครับ สิ่งที่น่าสนใจคือ ราคาอาหารที่นี่หากเทียบกับอาหารบริเวณหาดบางแสนแล้ว สดกว่า ถูกกว่าครับ หากท่านที่ต้องการจะทำบุญไหวัพระ ที่นี่ก็มีศาลาที่จัดให้ท่านได้ทำบุญไหว้พระได้อย่างสะดวก โดยมีรูปหล่อของพระเกจิดังๆทั่วประเทศให้เราได้กราบไหว้ครับ สุดท้าย หากท่านต้องการบรรยากาศร้านอาหารติดทะเลในดอนหอยหลอด ก็มีให้เลือก มากมาย แต่ที่อยากแนะนำ คือ ร้านอาหารคุ้นลิ้น ร้านอาหารแคร่ไม้ ซึ่งเป็นร้านอาหารทะเลที่ตั้งอยู่ในดงของป่าโกงกาง ท่ามกลางฝูงลิงธรรมชาติ โดยอาหารที่แนะนำคือ หอยหลอดผัดฉ่า ด้วยหอยหลอดที่ใหม่และสด จึงทำให้รสชาติของผัดฉ่าจานนี้ทั้งเผ็ด ทั้งร้อน ทั้งหวาน รวมถึงเนื้อหอยหลอดที่เหนียวนุ่มครับ เชิญไปเทียวกันได้ที่ ดอนหอยหลอดครับ

ดอนหอยหลอด

อาหารไทย